ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

07 มกราคม 2554

ข้อมูลของวีซ่าทำงานภายใต้โครงการกรีนการ์ดของประเทศเดนมาร์กค่ะ

หลังจากที่ยุ่งมากมายมานาน วันนี้ได้ฤกษ์มาอัพเดทอีกครั้งกับข้อมูลของวีซ่าทำงานภายใต้โครงการกรีนการ์ดของประเทศเดนมาร์กค่ะ เพราะแอมได้ไปยื่นเรื่องสมัครมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554 นี้เอง ตอนนี้ก็ได้แต่นั่งลุ้นผลกันไปว่าจะได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็ต้องกลับไปเมืองไทย แต่ถ้าได้ก็จะได้หางานใหม่ทำที่นี้ และก็ต้องย้ายออกจากบ้านโฮสที่อยู่ด้วย สาธุสาธุ ขอให้ได้ ขอให้ได้ เพี๊ยง เพี๊ยง ก่อนอื่นแอมขออธิบายก่อนว่าทำมัยแอมถึงพูดว่าต้องกลับเมืองไทยเพราะตอนนี้แอมอยู่ที่เดนมาร์กมา 16 เดือน นี้แล้ว มาด้วยวีซ่าออแพร์ค่ะ และคิดว่าหลังจากจบสัญญาออแพร์เดือนมีนาคม 2554 นี้แล้วก็ยังอยากจะอยู่ลองหาประสบการณ์ การทำงานที่นี้ดูอีกค่ะ เลยตัดสินใจสมัครขอ Apply a Danish residence and work permit ภายใต้โครงการ Greencard ค่ะ ใครที่สนใจจะขอกรีนการ์ดเข้ามาหางานทำในเดนมาร์กก็สามารถทำได้น่ะค่ะไม่จำเป็นต้องแต่งงาน ก็สามารถยื่นขอได้ค่ะ มาดูกันน่ะค่ะว่า
The greencard scheme
It is possible to be granted a residence permit for the purpose of seeking work, and subsequently working, in Denmark. A residence and work permit under the greencard scheme is issued on the basis of an individual evaluation using a point system designed to assess the likelihood that the applicant will be able to find qualified work in Denmark.

อ้างอิงมาจากเว็บ : http://www.nyidanmark.dk/en-us/coming_to_dk/work/greencard-scheme/greencard-scheme.htm

การขอกรีนการ์ดของประเทศเดนมาร์ก ถ้าคุณได้ 100 คะแนน นั่นก็หมายถึงคุณได้รับกรีนการ์ดอย่างแน่นอนค่ะ ทีนี้มาดูกันน่ะค่ะว่าเค้าจะพิจารณาจากอะไรบ้าง

1. วุฒิการศึกษา อย่างต่ำแล้วต้อง จบปริญญาตรี ค่ะ
- ปริญญาตรี 30 คะแนน
- ปริญญาโทร 60 คะแนน
- ปริญญาเอก 80 คะแนน
และถ้าคุณจบจากมหาวิทยาลัยแบบอินเตอร์มาจากต่างประเทศที่ติดท๊อปคุณก็จะได้คะแนนโบนัสเพิ่มไปอีกค่ะ
- Top 400 : 5 คะแนน
- Top 200 : 10 คะแนน
- Top 100 : 15 คะแนน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nyidanmark.dk/en-us/coming_to_dk/work/greencard-scheme/greencard-scheme.htm ตรงหัวข้อ Education Level

2. ทักษะด้านภาษา
3. ประสบการณ์การทำงาน
4. การปรับตัว
5. อายุ

ทั้งหมดที่เขียนไว้นั้นเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ด้านบนน่ะค่ะ จำเป็นมากที่ต้องเข้าไปอ่านเพราะในนั่นจะบอกรายละเอียดที่สำคัญๆไว้ทั้งหมดเลย



เอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นสมัคร
1. วุฒิการศึกษา ถ้ามีเป็นภาษาไทยก็ต้องทำการแปลให้เป็นภาษาเดนิชหรืออังกฤษเท่านั่นน่ะค่ะ
2. ใบรับรองการผ่านงานจากบริษัทที่เคยทำ
3. ใบรับรองคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราจบจากมหาวิทยาลัยนั่นมาจริงๆ
4. ใบรับรองผลทักษะด้านภาษา ถ้ามีหลายภาษายิ่งดีค่ะ แต่ของแอมที่ยื่นไปก็จะมี เดนิช อังกฤษ และ เยอรมันค่ะ เค้าจะพิจารณา แค่ภาษา นอร์เวย์ สวีเดน เดนิช อังกฤษ และ เยอรมัน
5. สำเนาpassport ตั้งแต่หน้าแรกที่มีตราครุฑจนถึงหน้าสุดท้ายของปกเลยค่ะ 1 ชุด
6. รูปถ่ายสีขนาด 35x45 mm. จำนวน 2 รูปค่ะ
7. เงินโชว์ในบัญชี จะต้องมี 76,212 DKK เป็นอย่างต่ำค่ะ เพราะเงินจำนวนนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เดือนหนึ่งขั้นต่ำเค้าจะตั้งอยู่ที่ 6,351 DKK สำหรับคนที่อายุ 25 ปี ขี้นไปและพักอาศัยอยู่คนเดียว ค่ะ ซึ่งการโชว์เงินในบัญชีจำเป็นจะต้องโชว์ยอดเงิน 1 ปี
8. ค่าสมัคร 6,100 DKK ค่าสมัครจ่ายได้สองทางน่ะค่ะ
- แบบออนไลน์ ตามในนี้ค่ะ http://www.nyidanmark.dk/enus/coming_to_dk/fee.htm
เป็นวิธีที่แอมส่งแบบออนไลน์และคิดว่ามันง่าย สะดวกที่สุดค่ะ ส่วนแบบที่สองก็คือ :
- ส่งผ่านไปรษณีย์ อันนี้แอมไม่ทราบข้อมูลค่ะว่าจะต้องส่งไปที่ไหนเพราะได้เลือกส่งออนไลน์ ยังงัยก็ดูรายละเอียดในเว็บไซต์น่ะค่ะ
เมื่อจ่ายตังค์แล้วก็ ให้ปริ้นใบเสร็จที่ทาง ตม. ส่งตอบกลับมาให้ทางอีเมล์ ที่เราสั่งจ่าย ออกมาแล้วนำไปยื่นเป็นเอกสารร่วมกับเอกสารที่กล่าวมาด้านบนด้วยน่ะค่ะ

9. .ใบสมัคร http://www.nyidanmark.dk/NR/rdonlyres/9C8120FA-47FD-4483-85A6-071D1978BA2C/0/gr1_ansoegning_green_card_eng.pdf ปริ้นออกมาแล้วนำมากรอกรายละเอียดทั้งหมด


การดำเนินการนี้แอมได้ยื่นเอกสารเพื่อสมัครกรีนการ์ด ที่ Immigration Service ที่เดนมาร์กค่ะ ส่วนถ้าใครที่อยู่ที่เมืองไทยก็ต้องสอบถามที่สถานทูตเดนมาร์กที่ประจำอยู่ที่กรุงเทพดูน่ะค่ะ

ขอให้เพื่อนๆทุกคนที่สนใจ โชคดีค่ะ

23 มิถุนายน 2553

ติอต่อแปลเอกสาร อังกฤษ เดนิช

ปิดปรับปรุงช่วงคราวน่ะค่ะ เปิดทำการเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบกันอีกทีค่ะ

รายละเอียดด้านล่างเป็นการให้บริการของบริษัทเราน่ะค่ะแต่น่ะตอนนี้ได้ ปิดปรับปรุงช่วงคราวน่ะค่ะ เปิดทำการเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบกันอีกทีค่ะ



แปลเอกสารราชการไทย - อังกฤษ – เดนิช พร้อมรับรองการแปลเอกสารและรับรองคำแปลเอกสารที่ได้ทำการแปลจากบริษัท
- เอกสารราชการต่างๆ
- บัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารทางการศึกษา
- ใบเปลี่ยนชื่อ
- ใบเปลี่ยนนามสกุล
- สูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน
- ใบจดทะเบียนสมรส
- ใบหย่า เป็นต้น

บริการกรอกแบบฟอร์ม การสมัครวีซ่า และอื่นๆ

ปรึกษาเรื่องวีซ่า Visa Consultant / Visum Konsulent

รับดำเนินการจัดเตรียมเอกสารการสมัครวีซ่าต่างๆของประเทศเดนมาร์ก

สำหรับคนที่ต้องการไปเป็นออแพร์ที่ประเทศเดนมาร์ก ทางเรารับดำเนินการจัดเตรียมเอกสารและติดต่อโฮสในประเทศเดนมาร์ก จัดทำ Profile หาโฮสสำหรับวีซ่าออแพร์ของประเทศเดนมาร์ก ( รับประกันถ้าไม่ได้แมทกับโฮสยินดีคืนเงินค่าสมัครให้ค่ะ )

บริการดำเนินเรื่อง ประทับตรารับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ
Legal Certification by Ministry of Foreign Affairs / Juridisk Certificering af Udenrigsministeriet

บริการดำเนินการเรื่องทำ ใบขับขี่สากล โดยเจ้าตัวไม่ต้องเดินทางมา
International Driver License

รับสอนภาษาอังกฤษ & รับสอนภาษาเดนิช พร้อมเอกสารการสอน
ESL Class ( English & Dansk as Second Language ) / ESL Class (engelsk & Dansk som andetsprog)

17 มีนาคม 2553

โทรศัพท์กับเมืองไทยจากเดนมาร์ก

ช่วงนี้มีเวลาว่างจัดก็เลยมาอัพเดทข่าวสารได้บ่อยขึ้น วันนี้แอมจะมาพูดถึงเรื่องโทรศัพท์ที่ใช้ในเดนมาร์กเอาไว้โทรกลับไทยในราคาที่ถูกแสนถูกมาแนะนำน่ะค่ะ

Lebara ซิมการ์ดและบัตรเติมเงิน ที่หาซื้อได้ทั่วไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตในเดนมาร์ก

ค่าโทรภายในประเทศเดนมาร์ก ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไหนใช้ Lebara ที่เป็นเครือข่ายเดียวกันน่ะค่ะ การโทรหากันจะฟรีในสามสิบนาทีแรกค่ะ

จาก Lebara ถึง Lebara = 0 kr. ใน 30 นาทีแรก

จาก Lebara ถึง เครือข่ายอื่นๆในเดนมาร์ก = 19 Øre ต่อนาที

ส่ง SMS = 10 Øre สำหรับหนึ่งข้อความ

มาดูราคาค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศกันน่ะค่ะ

โทรจากเดนมาร์กกลับไทย โทรศัพท์บ้าน นาทีละ 0.09 Øre จะอยู่ที่ 0.54 สตางค์
โทรศัพท์มือถือ นาทีละ 0.09 Øre จะอยู่ที่ 0.54 สตางค์

ส่วนค่าโทรไปยังประเทศอื่นๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lebara.dk/en/

การนำสุนัขเข้าประเทศเดนมาร์ก

รายละเอียดทั้งหมดต้องขอบคุณ คุณต้อม ณ ไดอารี่คลับมากน่ะค่ะที่บอกรายละเอียดให้อย่างชัดเจนมาก

รายละเอียดทั้งหมดนี้จะมาจากประสบการณ์ที่ได้นำสุนัขเข้ามาประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นสายพันธ์ชิสุห์

1. ดูกฎของการนำสุนัขเข้าประเทศ ว่าเค้าต้องการอะไรบ้าง อย่างของเดนมาร์คนี่
สุนัขของเราต้องมีการทำวัคซีนครบ ต้องฝังไมโครชิพ หรือมีtatto สุนัขเราต้องมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมบินด้วยค่ะ ต้องรีบจัดการให้เจ้าสุนัขของคุณๆทั้งหลายที่จะพามาเดนมาร์กด้วยน่ะค่ะ

2. กฎข้อที่สำคัญที่สุด คือสุนัขต้องมีวัคซีนกันพิษสุนัขบ้า แล้วก็ต้องตรวจผลเลือดผ่านด้วย เพื่อรับรองว่า สุนัขเราได้ฉีดวัคซีนกันบ้าจริง หรือที่เรียกว่า Rabis test นะคะ
ขั้นตอนนี้ยุ่งยากสุดๆเลย เพราะการตรวจRabisนี้ ทำที่ไทยไม่ได้ เราต้องเจาะเลือดสุนัข แล้วส่งมาตรวจที่แลบในเดนมาร์ค หรือประเทศ ในกลุ่มEU ในห้องแลบตามมาตรฐานของเค้าเท่านั้น ซึ่งก็ต้องเช็คอีกว่ามีที่ไหนบ้างที่เป็นที่ยอมรับ ไปเจาะเลือดสุนัขที่ร.พ.สัตว์ทองหล่อ แล้วทางแลบของร.พ. ก็เอาเลือดไปปั่นจนได้แค่ซีรั่มหลอดเล็กมากๆๆๆๆ แล้วต้อมก็ส่งซีรั่มไปให้แลบที่เดนมาร์คตรวจค่ะ แล้วเค้าก็จะส่งผลมาให้ทางอิเมล์ เราต้องเก็บเอกสารตัวนี้ไว้ให้ดีเลย เพราะมันจะต้องใช้ในขั้นตอนต่อไป ส่วนการประสานงานกับทางแลบเดนมาร์ค ต้องให้ผู้ทราบช่วยจัดติดต่อแลบที่เดนมาร์กก็ได้น่ะค่ะ (ระยะเวลาประมาณขั้นตอนนี้ประมาณ 2สัปดาห์ค่ะ)

3. พอได้ผลเลือดแล้ว ก็ติดต่อกับสายการบินค่ะ ว่าจะเอาสุนัขขึ้นเครื่องมีกฎอะไรบ้าง
หรือถ้าไม่เอาขึ้นเครื่องด้วย โหลดใต้ท้องเครื่องมีกฎอะไรบ้าง ตอนต้อมทำ ต้อมไม่กล้าปล่อยโรมิโอลงใต้ท้องเครื่องค่ะ แอบกลัวหมาเหงา ^^' เลยถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาเค้าขึ้นเครื่องมาด้วยกันกับเราค่ะ ซึ่งต้อมบินกับการบินไทย จองตั๋วให้ตัวเองแล้ว ก้ต้องบุ๊คที่นั่งให้หมาด้วย เพราะไฟลท์นึงเค้าอนุญาติให้เอาหมาขึนเครื่องได้ตัวนึง หรือสองตัวเนี่ยล่ะค่ะ จำไม่ได้ ตอนbook space ให้น้องหมา ก็จะต้องบอกรายละเอียด สายพันธุ์ ขนาดกรง น้ำหนัก เลขที่microship แล้วก็ Health Certificate number (ถ้ายังไม่มีไม่เป็นไร บุ๊คไปก่อนแล้วแจ้งทีหลังได้) ส่วนกฏก็มีเรื่องของไซส์กรงต้องมีขนาดไม่เกิน 55x37x30 ซม. (ยาวxกว้างxสูง) น้ำหนักสุนัขรวมกรงต้องไม่เกิน 10 กิโลค่ะ (แอบกระซิบว่าตอนไปจริงเค้าบอกว่าได้แค่ 7โล อันนี้ต้องเช็คดีๆอีกทีนะคะ เพื่อความชัวร์)

4. ขั้นตอนเตรียมเอกสารสำคัญ เราต้องไปที่ด่านกักกันสัตว์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิค่ะ
เบอร์โทร 02-1340731-2, 02-1340636
สิ่งที่ต้องเตรียมไปก็พาสปอร์ตของเรา สมุดวัคซีนของน้องหมา ผลตรวจRabisจากแลบที่เดนมาร์ค แล้วก็น้องหมาค่ะ เราจะไปทำเอกสารสองอย่างด้วยกัน
- Form9 (Export lisence)
- Form1/1 (Health Certificate)
สองอย่างนี้ ต้องพาน้องหมาไปทำ ก่อนวันบินจริง 2-3วันเท่านั้นค่ะ ไปก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะเค้าจะตรวจสุขภาพสุนัขด้วยว่าแข็งแรงพอจะบินได้ไม๊ แล้วก็ออกเอกสาให้ตอนนั้นเลย แล้วเอกสารนี้จะมีอายุแค่ 10วันค่ะ

5. พอได้เอกสารครบแล้ว น้องหมาพร้อมแล้ว ก่อนพาน้องหมาบินมาเดนมาร์ค เราต้องแจ้งต่อ Border inspection post (BIP) ที่สนามบินเดนมาร์ค 24ชม. ก่อนนำน้องหมาเข้าเดนมาร์ก แค่แจ้งว่าเราจะมีหมาพันธุ์นี้ ไมโครชิพเบอร์นี้ เข้ามากับไฟลท์นี้ เท่านั้นล่ะค่ะ
วิธีแจ้งก็โทรไปที้เบอร์ +45 72276000
แฟกซ์ +45 72276001
อิเมลล์ region.oest@fvst.dk

6. วันบินจริงก็พาน้องหมาใส่กรงหิ้วไปที่เคาท์เตอร์เช็คอินกับเราด้วยค่ะ แล้วก็ชำระค่าธรรมเนียม

สุนัขรวมกรง ค่าธรรมเนียมตอนนั้นอยู่ที่ 1370บาทต่อกิโลค่ะ (กรณีหิ้วขึ้นเครื่องเท่านั้นนะคะ) ถ้าโหลดใต้เครื่องต้อมก็ไม่รู้รายละเอียดเลย แล้วก็ไม่มีอะไรแล้ว เราก็หิ้วน้องหมาเราเดินขึ้นเครืองไปได้เลยค่ะ ;)

22 กรกฎาคม 2552

วีซ่า ประเทศเดนมาร์ก

วันนี้ ได้ Up date รายละเอียดข้อมูลใหม่และเพิ่มเติมข้อมูลของ

วีซ่าท่องเที่ยว
วีซ่าเยี่ยมเยือน
วีซ่าออแพร์
วีซ่าสำหรับราชการ
วีซ่านักเรียน
การขอวีซ่าเพื่อไปแต่งงานที่เดนมาร์ก
การทำใบขับขี่นานาชาติ
ขั้นตอนในการขอจัดตั้งธุรกิจในประเทศเดนมาร์ก
การจัดตั้งร้านอาหาร / ภัตตาคารไทยในประเทศเดนมาร์ก

เลือกดูประเภทของวีซ่าที่แต่ละคนกำลังหาข้อมูลน่ะค่ะ


วีซ่า ท่องเที่ยว

1. Passport ตัวจริง และถ่ายสำเนา 1 ใบ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ
4. จะต้องมีเงินโชว์หมุนเวียนอยู่ในบัญชี 250,000 บาท เป็นอย่างน้อย 6 เดือน
และการขอวีซ่าท่องเที่ยวทางสถานทูตจะระบุยอดเงินในแต่ละวันที่เราจะใช้จ่ายที่เดนมาร์ก ตกวันละ 350 kr. หรือประมาณ 2149.90 บาท ต่อวัน / เพื่อนๆก็ลองคิดคำนวณค่าใช้จ่ายดูน่ะค่ะ ถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยว ในการยื่นขอวีซ่าจะต้องมีเงินไว้โชว์กับทางสถานทูตตามจำนวนวันที่ขอไปน่ะค่ะ ถ้า 30 วัน ก็เอา 350 x 30 = 64,500 บาท
5. ถ้าใครเคยเดินทางไปต่างประเทศ ภายในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาก็ให้ถ่ายสำเนา วีซ่า 1 ใบ
6. ใบจองโรงแรม ที่พักในประเทศเดนมาร์ก
7. ใบจองตั๋วเครื่องบิน ระบุวันเดินทางไป และกลับอย่างชัดเจน
8. หนังสือรับรองการทำงาน หรือรับรองการเป็นนักศึกษา หากยังเรียนอยู่ และหนังสือรับรองเงินเดือน
9. เงินค่าสมัครวีซ่า 3,200 บาท ค่าสมัครขอวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง
10.รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นข้างหลังให้เป็นสีขาว
11.เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้วก็โทรนัดหมายกับทางสถานทูตเพื่อขอนัดวันไปยื่นเอกสาร

สถานทูตได้เปลียนแปลงการนัดยื่นวีซ่ามาให้กับทางบริษัท VFS Global Private Ltd. ดูแลในการประสานงานรับเอกสารต่างๆ และไม่ต้องโทรนัดจองคิวแล้วสามารถไปได้ตามวันเวลาคือ

ช่วงเช้า : จันทร์-ศุกร์ ช่วงเ้ช้า 08.00-12.00


ช่วงบ่าย : จันทร์-ศุกร์ ช่วงบ่าย 13.00-15.00

สามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้าค่ะ เอกสารพร้อมทุกอย่างก็เดินทางไปติดต่อขอยื่นเอกสารได้ค่ะ ทางสถานทูตได้เปลี่ยนมาใช้ระบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของสถานทูตและความสะดวกของคนที่มายื่นเอกสารด้วยค่ะ
สถานที่น่ะค่ะ

สถานที่ยื่นวีซ่าของประเทศเดนมาร์ก : ตึกอัมรินทร์ พลาซ่า เลขที่ 500 ชั้นที่ 8 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ

Danish Visa Application CentreUnit 4, 8th FloorAmarin Tower, no. 496-502Ploenchit RoadLumpini, PathumwanBangkok 10330

เบอร์โทรศัพท์
+66 (0) 2 2520865

อีเมล์
e-mail: info.dkth@vfshelpline.com

เว็บไซต์
VFS Website: www.vfsglobal-denmark.com/thailand





วีซ่าเยี่ยมเยียน

1. หนังสือเดินทางเล่มจริง ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันหมดอายุเล่ม

2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นหลังให้เป็นสีน้ำเงินหรือสีขาว

3. สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ใบ

4. จดหมายเชิญจากญาติ ,เพื่อน หรือ แฟน ตัวจริง 1 ฉบับ

5. หนังสือรับรองการทำงาน รับรองเงินเดือน หรือรับรองการเป็นนักศึกษาหากยังเรียนหนังสืออยู่ ให้เป็นภาษาอังกฤษ

6. แบบฟอร์มการสมัครวีซ่ากรอกครบถ้วน

7. ทะเบียนสมรส (ในกรณีเยี่ยมสามีหรือภรรยาทีพำนักอยู่ในเดนมาร์ก)

8. บัญชีธนาคารเงินไม่ต่ำกว่า 40000 บาท

9. ใบจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ

11. ประกันสุขภาพ (Travel Insurance)

12. เงินค่าสมัครวีซ่าเยี่ยมเยือน 3,200 บาท ( ค่าสมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลง )

13. ค่าธรรมเนียมการให้บริการรับสมัครวีซ่า 1,080 บาท

แบบฟอร์มดาวโหลดได้ที่นี่ค่ะ มีสองส่วนนะคะ ต้องกรอกและยื่นคู่กันค่ะ

http://www.nyidanmark.dk/NR/rdonlyres/D4785E07-7C27-4AC6-970D-7FF3A8C7602D/0/application_schengen_visa.pdf

http://www.nyidanmark.dk/NR/rdonlyres/23DCE399-1343-4E88-86AE-833E106AD0CB/0/supplementary_info_schengen_visa.pdf


แบบฟอร์มจดหมายเชิญ :
http://www.nyidanmark.dk/NR/rdonlyres/EA3D30FE-96C0-4F79-907D-07325DF34157/0/vu2_en_invitation_visa.pdf

ในการยื่นขอวีซ่าครั้งแรกจะใช้เวลานานหน่อยค่ะอยู่ที่ 4-12 สัปดาห์


สถานทูตได้เปลียนแปลงการนัดยื่นวีซ่ามาให้กับทางบริษัท VFS Global Private Ltd. ดูแลในการประสานงานรับเอกสารต่างๆ และไม่ต้องโทรนัดจองคิวแล้วสามารถไปได้ตามวันเวลาคือ

ช่วงเช้า : จันทร์-ศุกร์ ช่วงเ้ช้า 08.00-12.00


ช่วงบ่าย : จันทร์-ศุกร์ ช่วงบ่าย 13.00-15.00


สถานที่น่ะค่ะ
Danish Visa Application CentreUnit 4, 8th FloorAmarin Tower, no. 496-502Ploenchit RoadLumpini, PathumwanBangkok 10330


เบอร์โทรศัพท์
+66 (0) 2 2520865


อีเมล์
e-mail: info.dkth@vfshelpline.com


เว็บไซต์
VFS Website: www.vfsglobal-denmark.com/thailand





วีซ่า ออแพร์

1. สัญญาจ้างจาก Host Family ถ่ายสำเนา 2 ชุด
2. หนังสือเดินทาง ถ่ายสำเนา 2 ชุด ถ่ายสำเนาตั้งแต่หน้าแรกที่มีตราครุฑจนถึงหน้าสุดท้าย ( ทุกหน้า )
3. หนังสือเดินทางเล่มจริง
4. ใบรายงานผลการเรียน, รับรองการจบการศึกษา ( Transcript )เอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ถ่ายสำเนา 2 ชุด
5. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 3 รูป พื้นหลังให้เป็นสีน้ำเงินหรือสีขาว
6. เงินค่าสมัครวีซ่า 6,400 บาท ค่าสมัครนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 แต่ค่าสมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลง

เพื่อนๆที่กำลังสนใจจะหาข้อมูลในการไปเป็นออแพร์ประเทศเดนมาร์กสามารถเข้าไปร่วมกลุ่ม
Aupair Thai In Denmark ได้ที่

http://www.facebook.com/topic.php?topic=58&post=154&uid=107246172646581#!/group.php?gid=107246172646581

เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้วก็โทรนัดหมายกับทางสถานทูตเพื่อขอนัดวันไปยื่นเอกสาร

สถานทูตได้เปลียนแปลงการนัดยื่นวีซ่ามาให้กับทางบริษัท VFS Global Private Ltd. ดูแลในการประสานงานรับเอกสารต่างๆ และไม่ต้องโทรนัดจองคิวแล้วสามารถไปได้ตามวันเวลาคือ

ช่วงเช้า : จันทร์-ศุกร์ ช่วงเ้ช้า 08.00-12.00


ช่วงบ่าย : จันทร์-ศุกร์ ช่วงบ่าย 13.00-15.00


สถานที่น่ะค่ะ
Danish Visa Application CentreUnit 4, 8th FloorAmarin Tower, no. 496-502Ploenchit RoadLumpini, PathumwanBangkok 10330


เบอร์โทรศัพท์
+66 (0) 2 2520865


อีเมล์
e-mail: info.dkth@vfshelpline.com


เว็บไซต์
VFS Website: www.vfsglobal-denmark.com/thailand






การขอวีซ่าเพื่อไปแต่งงานที่เดนมาร์ก

ในกรณีของวีซ่าแต่งงานโดยปกติจะใช้เอกสารเหมือนกันกับวีซ่าเยี่ยมเยือนไปก่อน เพราะถ้าใช้แบบวีซ่านักท่องเที่ยวไปคุณจะไม่สามารถขอจดทะเบียนที่เดนมาร์กได้เพราะทางสถานทูตจะไม่อนุญาต แต่ถ้าขอวีซ่าเยี่ยมเยือนไปสามารถที่จะขอเรื่องเพื่อจะขอจดทะเบียนได้ที่ประเทศเดนมาร์ก เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อขอใช้จดทะเบียนสมรส

คู่สมรสชาวต่างชาติ

1. หนังสือเดินทาง
2. ใบรับรองความเป็นโสด ( ขอรับได้จากสถานทูตของชาวต่างชาติในประเทศไทย ในกรณีที่จะขอจดทะเบียนสมรสในเมืองไทย )
3. ใบหย่า ( ถ้ามี )
4. ใบเกิด ( สูติบัตร )
5. สำเนาทะเบียนบ้านหรือใบ ( Council Tax ) ที่มีชื่อโชว์ว่าอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว

คู่สมรสชาวไทย

1. บัตรประชาชน
2. ทะเบียนบ้าน
3. ใบเกิด ( สูติบัตร )
4. ใบโสด
5. ใบหย่า ( ถ้ามี )

การจดทะเบียนสมรสถ้าจะจดทะเบียนกันที่เดนมาร์กก็จะต้องทำการแลเอกสารเป้นภาษาอังกฤษหรือภาษาเดนิชก่อนน่ค่ะ โดยการแปลเอกสารอาจจะจ้างสำนักงานแปลเอกสารให้หรืออาจจะแปลเองก็ได้ค่ะ ลองเข้ามาดูตัวอย่างแบบฟอร์มคำร้องและตัวอย่างแบบฟอร์มการแปลได้ที่ http://www.mfa.go.th และ http://www.usvisa4thai.com เมื่อแปลเอกสารเสร็จแล้วก็นำเอกสารไปประทับตรารับรองที่กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ http://www.consular.go.th

สถานทูตได้เปลียนแปลงการนัดยื่นวีซ่ามาให้กับทางบริษัท VFS Global Private Ltd. ดูแลในการประสานงานรับเอกสารต่างๆ และไม่ต้องโทรนัดจองคิวแล้วสามารถไปได้ตามวันเวลาคือ

ช่วงเช้า : จันทร์-ศุกร์ ช่วงเ้ช้า 08.00-12.00


ช่วงบ่าย : จันทร์-ศุกร์ ช่วงบ่าย 13.00-15.00


สถานที่น่ะค่ะ
Danish Visa Application CentreUnit 4, 8th FloorAmarin Tower, no. 496-502Ploenchit RoadLumpini, PathumwanBangkok 10330


เบอร์โทรศัพท์
+66 (0) 2 2520865


อีเมล์
e-mail: info.dkth@vfshelpline.com


เว็บไซต์
VFS Website: www.vfsglobal-denmark.com/thailand





วีซ่าสำหรับราชการ

* ไม่ต้องทำ มีอายุ 90 วัน



สำหรับบางคนที่ต้องการขับขี่รถในต่างประเทศสามารถขอติดต่อทำใบขับขี่สากลได้ที่กรมการขนส่งทางบก โดยต้องยื่นเอกสารดังนี้

1. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
2. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ใบ
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ
4. ใบขับขี่ตัวจริงและถ่ายสำเนาใบขับขี่ 1 ใบ
5. ค่าธรรมเนียม 505 บาท
6. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป
หลังจากเตรียมเอกสารครบแล้วก็ไปยื่นเอกสารด้วยตัวเองหรืออาจจะทำหนังสือมอบอำนาจก็ได้ โดยไปยื่นเอกสารที่ กรมการขนส่งทางบกเลขที่ 1032 ถนนพลหโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 02-2725322 / ฝ่ายงานใบอนุญาต
โทรศัพท์ 02-2723615-6
วันทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.

อ้างอิงจาก : http://www/dlt.go.th/info_dlt/main2.htm




สถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย
10 ซอยอัถกรประสิทธิ์ ถนนสาธรใต้ กรุงเทพ 10120

โทรศัพท์: 02-3431100
โทรสาร: 02-2131752
อีเมล์ : bkkamb@um.dk

Website : http://www.ambbangkok.um.dk

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน
Royal Thai Embassy
Norgesmindevej 18, 2900 Hellerup,
Copenhagen Denmark
Tel : +45 39625010
Fax : +45 39960680
Email : info@thaiembassy.dk
Homepage : http://www.thaiembassy.dk/


ขั้นตอนในการขออนุญาตจัดตั้งธุรกิจ

การเปิดสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ (Branch Office)

ผู้ที่ประสงค์จะเปิดสำนักงานตัวแทนในเดนมาร์กจะต้องแจ้งต่อ Commerce and Companies Agency จึงจะสามารถดำเนินการได้ โดยจะต้องมีการยื่นแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายประจำปีและงบดุลซึ่งรับรองโดยผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทเพื่อเสียภาษีตามกฎหมายของเดนมาร์กด้วย

การจัดตั้งร้านอาหาร / ภัตตาคารไทยในประเทศเดนมาร์ก
กฎระเบียบการจัดตั้งบริษัท / ร้านอาหาร

ผู้ประสงค์จะประกอบการร้านอาหารไทยจะต้องยื่นแบบฟอร์มการเสียภาษีที่เรียกว่า "Told & Skat" ซึ่งหมายถึง Tax & Customs และเมื่อยื่นแบบฟอร์มดังกล่าวแล้ว จะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่เรียกว่า SE Number หรือ Personal Number ซึ่งหมายเลข SE นี้เป็นสิ่งที่แสดงว่าบริษัทที่จัดตั้งขึ้นดังกล่าวมีข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายชำระภาษีตามกฎหมาย

การจดทะเบียน

ผู้ประกอบการ / เจ้าของธุรกิจจะต้องยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับ Told & Skat โดยจ่ายค่าธรรมเนียมในการนี้จำนวน 2,400 เดนิชโครน และใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จะได้รับ SE Number ซึ่งเป็นเลขประจำตัวที่แสดงการได้รับอนุญาตและเป็นเลขประจำตัวที่จะต้องจ่ายภาษีเงินได้ประจำปีด้วย จึงจะเริ่มต้นประกอบธุรกิจได้

หากมีลูกจ้างจะต้องแจ้งจดทะเบียนในการจ่ายภาษีเงินได้ (เงินเดือน) หรือ Wage Tax ด้วย และหากลูกจ้างอยู่ภายใต้สหภาพแรงงาน (Union) ก็จะต้องมีเอกสารรับรองการจ่ายภาษีเงินได้นี้ไปให้หน่วยงาน ATP ซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ด้วย โดยหลังจากที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นบริษัทแล้วภายใน 14 วัน จะต้องส่งเอกสารการจดทะเบียนดังกล่าวพร้อมกับแจ้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของการดำเนินธุรกิจนี้ไปยังหน่วยงาน Told & Skat ในพื้นที่ที่จะประกอบธุรกิจนั้น

นอกจากนี้ จะต้องมีเอกสารประกอบคำขอยื่นจัดตั้งธุรกิจ และผู้เสียภาษีด้วย คือ จะต้องแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกิจการหรือธุรกิจที่จะเปิดดำเนินการ เช่น ประวัติของผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง ขนาดของภัตตาคาร / ร้านอาหารสามารถจุได้กี่คน ประมาณการรายได้ในปีหน้า วิธีการบริหารกิจการ และวิธีการที่จะผลิตสินค้าหรือบริการนั้นๆ เพื่อเป็นการแจ้งให้ทราบลักษณะของธุรกิจ ตลอดจนสิ่งที่กิจการมุ่งหวังที่จะดำเนินการ

ภาษีที่ต้องจ่าย

•ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) สินค้าและบริการจะมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 25 ของราคาสินค้าและบริการ กรณีของการค้าในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) บริษัทจดทะเบียนในประเทศของกลุ่ม EU จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสีย VAT สำหรับการค้าระหว่างกัน โดยประเทศผู้ซื้อจะเป็นผู้จ่าย VAT

•ภาษีสำหรับสิ่งแวดล้อม (Point & Environment Tax) เป็นภาษีทางอ้อมเช่นเดียวกับ VAT ภาษีสรรพสามิต (Point Tax) เป็นภาษีที่ต้องเก็บเป็นการเฉพาะกับบางสินค้าและบริการเท่านั้น เช่น ไวน์ แอลกอฮอล์ กาแฟ และบุหรี่ เป็นต้น

•ภาษีธุรกิจ (Business Tax) การเริ่มดำเนินธุรกิจจะต้องประมาณการรายรับ - รายจ่าย และกำไรที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อคำนวณภาษี แม้ว่าธุรกิจจะเป็นเจ้าของคนเดียวก็ตามจะต้องแจ้ง / จดทะเบียนเพื่อจ่ายภาษีในฐานะลูกจ้างด้วย หรือที่เรียกว่า B - Tax และในกรณีที่มีผู้ร่วมหุ้นหรือทุนจากต่างประเทศ เมื่อมีกำไรและส่งออกไปยังต่างประเทศจะสามารถแจ้งว่าเป็น Loyalty เพื่อนำไปหักลดหย่อนก่อนที่จะจ่ายภาษีเงินได้ ทั้งนี้ สามารถทำได้เฉพาะในกรณีที่ส่งออกไปนอกประเทศ EU เท่านั้น
การขออนุญาตประกอบธุรกิจร้านอาหาร

คุณสมบัติที่กำหนดไว้ มิได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติเดนมาร์กเท่านั้น กรณีเป็นคนสัญชาติอื่นก็สามารถดำเนินธุรกิจร้านอาหารได้ ถ้ามีเงื่อนไขครบถ้วน ดังนี้

•เป็นบุคคลที่สามารถทำนิติกรรมได้ (อายุเกินกว่า 18 ปี)
•มีถิ่นที่อยู่ในเดนมาร์ก (ยกเว้นประเทศที่มีข้อตกลง เช่น EU เป็นต้น)
•ไม่อยู่ในฐานะล้มละลาย
•ต้องมีใบอนุญาตประกอบการค้า (NØringsbrev) ก่อน

ขั้นตอนการติดต่อ

อันดับแรกจะต้องติดต่อกับ Horesta (The Hotel Restaurant and Tourism Industry in Denmark) เพื่อขอทราบข้อมูลรายละเอียดก่อนว่าในกิจการร้านอาหารที่จะดำเนินการนั้นจะต้องได้รับใบอนุญาตอะไรบ้าง
นอกจากนี้ ในกรณีที่เปิดร้านอาหารซึ่งมีบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็จะต้องได้รับใบอนุญาตที่เรียกว่า Bevilling ก่อน โดยจะต้องยื่นขออนุญาตที่สถานีตำรวจ และจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งจะต้องมีเอกสารอนุญาตให้เปิดร้านอาหารหรือภัตตาคารแนบไปด้วย โดยแบบฟอร์มดังกล่าวจะถูกส่งไปยัง Kommune หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และใบอนุญาตนี้จะมีระยะเวลาจำกัด
เงื่อนไขสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติ

•ผู้ประกอบการจะต้องได้รับใบอนุญาตต่างๆ เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถเปิดดำเนินการได้ ห้ามเปิดดำเนินการก่อนได้รับใบอนุญาตประกอบการค้า (NØringsbrev)
•จะต้องมีสถานที่ตั้งถาวร ห้ามมิให้เคลื่อนย้ายสถานที่ตั้งหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของร้านอาหาร จะต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่แจ้งไว้ในการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการเท่านั้น
•จะอนุญาตให้จำหน่ายอาหารที่ปรุงแต่งจากร้านในลักษณะสำเร็จรูปที่สามารถรับประทานได้เท่านั้น
•ในการดำเนินกิจการ เจ้าของกิจการหรือผู้จัดการที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจะต้อง เป็นผู้กำกับ ควบคุม และดูแลกิจการโดยตรง ห้ามไม่ให้ผู้อื่นที่มิได้รับอนุญาตมาดำเนินการ
•ในกรณีของการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ผู้ยื่นขออนุญาตจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศเดนมาร์กด้วย
•การจ้างลูกจ้างในร้านอาหารหรือภัตตาคารที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น พนักงานเสริฟในร้าน ลูกจ้างจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี


การลงทุนเปิดร้านอาหารไทย จำนวนเงิน ( เดนิชโครน )
เงินลงทุนโดยประมาณของร้านอาหารไทยประเภทต่างๆ
ภัตตาคารระดับดี 5,000,000 เดนิชโครน
ภัตตาคารระดับปานกลาง 2,000,000 เดนิชโครน
ร้านอาหารจานด่วน (Fast food) 1,000,000 เดนิชโครน
ร้านอาหารแบบ Takeaway 700,000 เดนิชโครน

ข้อมูลกฎระเบียบเกี่ยวกับการจ้างงาน

การขอเข้าประเทศเพื่อทำงาน

ในกรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์ที่จะนำพ่อครัว / แม่ครัว / ผู้ปรุงอาหาร (Cook) มาจากประเทศอื่นนอกเหนือจากเดนมาร์กแล้วจะต้องขออนุญาตจาก Told & Skat โดยผู้ขออนุญาตจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในเดนมาร์ก ส่วนผู้ที่จะขอเข้ามาทำงานในเดนมาร์กจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในการปรุงอาหารชนิดและประเภทที่ไม่สามารถหาบุคคลอื่นในเดนมาร์กมาทำได้ และควรจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองความสามารถในการประกอบอาหารเพื่อแสดงต่อ Told & Skat ด้วย ซึ่งผู้ปรุงอาหารในร้านอาหารหรือภัตตาคารจะไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรงเต็มที่เช่นเดียวกับเจ้าของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตจะต้องชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการจ้างจนกว่าจะเป็นที่น่าพอใจและใช้เวลาในการดำเนินการนับตั้งแต่ยื่นเรื่องต่อสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กในประเทศของตนจนกระทั่งได้รับอนุญาตไม่น้อยกว่า 3 - 6 เดือน จึงจะทราบผล
คุณสมบัติของผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศเพื่อทำงาน
ชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศเดนมาร์กเพื่อทำงานจะต้องมีนายจ้างรับรอง และจะต้องเป็นการจ้างงานเฉพาะทางที่ไม่สามารถจ้างแรงงานในประเทศได้ รวมถึงการจ้างพ่อครัวและแม่ครัวคนไทยด้วย
ค่าแรงงาน เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีอัตราค่าจ้างแรงงานสูง แต่ไม่มีการกำหนดตายตัวด้วยกฎหมาย ชั่วโมงการทำงานปกติ คือ 37 ชั่วโมง / 1 สัปดาห์ และระยะเวลาการทำงาน คือ 5 วัน / 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ ในช่วงเวลาระหว่าง 06.00 - 18.00 น. ระยะเวลาพักเที่ยง 30 นาที – 1 ชั่วโมง การคำนวณค่าล่วงเวลาจะคำนวณในอัตราส่วนค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น / ชั่วโมง ซึ่งอัตราเพิ่มของค่าจ้างจะแตกต่างกันไปตามเวลาที่ทำล่วงเวลานั้นๆ ค่าครองชีพ เช่น ค่าอาหาร และค่าที่พักโดยเฉลี่ย แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

•ที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดยเอกชน ซึ่งเข้าพักได้ง่ายโดยสามารถหาที่พักได้จากนายหน้าจัดหาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เช่น Gisselfeld Estate , Halsted Abbey , Tranekær Estate , Sanderumgaard , Vemmetofte Abbey , Hagenskov Estate and Bregentved Estate เป็นต้น
•ที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักโดยเฉพาะในส่วนของชาวต่างชาติ และอาจจะต้องใช้เวลาในการรอคอยนาน
•อัตราค่าที่พักขึ้นอยู่กับประเภทของที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ตั้ง เช่น อัตราค่าเช่าแฟลต (รวมสาธารณูปโภค) เฉลี่ยประมาณ 1,000-1,500 เดนิชโครน / เดือน และสำหรับที่พักที่มี 1-2 ห้องนอนจะมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย ประมาณ 15,000 เดนิชโครน / เดือน ส่วนค่าเช่าบ้านเฉลี่ยประมาณ 25,000 เดนิชโครน / เดือน
สิ่งที่ควร และไม่ควรปฏิบัติ

การทำงานค่อนข้างจะเปิดกว้างในการเสนอความคิดเห็นระหว่างพนักงานและผู้บริหาร ลักษณะการทำงานของชาวเดนมาร์กที่สำคัญ คือ ความกระตือรือร้นและทำงานร่วมกันกันเป็นทีม ส่วนมากงานในแขนงต่างๆ นั้นจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน และโดยปกติส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาในช่วงกลางวันหรือวันศุกร์ในการพูดคุยและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกัน คุณสมบัติของพ่อครัว - แม่ครัว
ควรจะมีประกาศนียบัตรรับรองความสามารถในการประกอบอาหารจากหน่วยงานโรงเรียนหรือวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลประเทศตน ซึ่งจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเดนิช เพื่อให้สามารถเข้าใจง่าย
สวัสดิการที่ลูกจ้างจะได้รับ และเงินประกันสังคมเมื่อได้รับอุบัติเหตุ
ประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีการจ่ายค่าชดเชยค่อนข้างสูง โดยจะเป็นการเก็บสะสมจากนายจ้าง 2 ใน 3 และลูกจ้างอีก 1 ใน 3 และสำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 - 67 ปีที่ต้องการรับเงินบำเหน็จก่อนถึงกำหนดจะได้รับเพียงร้อยละ 50 ของเงินชดเชยที่จะได้รับในกรณีของการทุพพลภาพ

เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีระดับการประกันสังคมสูง โดยเฉพาะในกรณีของการลาป่วยลูกจ้างจะยังคงได้รับอัตราค่าแรงตามปกติ และกรณีที่ป่วยเกิน 2 สัปดาห์จะต้องนำใบรับรองแพทย์ไปให้นายจ้าง

การขอวีซ่า
เอกสารที่ต้องจัดเตรียมเพื่อขอวีซ่า

•แบบฟอร์มการขอวีซ่า (Application Form and Supplementary Form)
•รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร จำนวน 1 รูป ซึ่งจะต้องเป็นรูปถ่ายที่เห็นบริเวณใบหน้ามากกว่าร้อยละ 70 - 80 และไม่ใช้พื้นหลังสีดำ
•พาสปอร์ต ซึ่งมีอายุอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป
•แบบฟอร์มการขอใบอนุญาตทำงาน 2 ชุด
•หนังสือเชิญ (Invitation letter) จากประเทศเดนมาร์ก
•ใบรับรองการทำงานจากนายจ้างชาวเดนมาร์ก
•ประกาศนียบัตรรับรองการศึกษา (ในบางกรณี)
•ค่าธรรมเนียม

ประเภท ค่าใช้จ่าย DKK บาท

พาสปอร์ต
102 §2 อายุต่ำกว่า 18 ปี 175 1,100
103 §2 อายุมากกว่า 65 ปี 500 3,100
101 §2 อายุระหว่าง 18 - 65 ปี 900 5,600

วีซ่า
112 §3 วีซ่า A : ผ่านท่าอากาศยาน 450 2,800
113 §3 วีซ่า B : ผ่านประเทศ ( 1 , 2 , หรือหลายครั้ง ) 450 2,800
114 §3 วีซ่า C : พำนักอาศัยในระยะสั้น ( ระยะเวลาสูงสุด 90 วัน ) 450 2,800
117 §3 วีซ่า C4 : เข้า - ออกหลายครั้ง ( ระยะเวลาสูงสุด 5 ปี ) 450 2,800
118 §3 วีซ่า D : พำนักยาวสำหรับผู้เปลี่ยนสัญชาติ 450 2,800
119 §3 วีซ่า D : เข้าประเทศในระยะเวลาจำกัด ( ประเภท B และ C ) 450 2,800

ใบอนุญาตทำงาน
124 §3 ใบอนุญาตทำงาน 730 4,500
125 §3 ค่าใช้จ่ายระดับสูงสุด 1,460 9,100
126 §3 การดำเนินการเพื่อออกใบอนุญาต 100 650


อ้างอิงจาก : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน 22 มกราคม 2552



ข้อมูลท่องเที่ยวเดนมาร์ก

เดนมาร์ก Denmark

ประวัติศาสตร์
เดนมาร์กมีกษัตริย์ปกครองประเทศ จากยุคของชนชาติไวกิ้งจนถึงทุกวันนี้ ในรัชสมัยของพระราชินีนาถมาร์เกณดเต้ที่ 2เดนมาร์กนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบอบการปรกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ประวัติศาสตร์ของเดนมาร์กเริ่มตั้งแต่ที่ชนชาติเดนส์(Denes) อพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาจากสวีเดน ในปลายศตวรรษที่ 9 หัวหน้านักรบไวกิ้งชื่อว่า Hadregon รบจนได้ชัยชนะเหนือคาบสมุทรจัตแลนด์ จากนั้นราชวงศ์ของเดนมาร์กได้เริ่มต้นขึ้นในต้นศตวรรษที่ 10 โดย บุตรชายของ Hadregon ขึ้นครองราชย์มีนามว่า กอร์ม เดน กามเมิลด์
ในยุคต่อมา คือยุคของบุตรชายของ กอร์ม เดน กามเมิลด์ ซึ่งมีชือว่า ฮาราลด์ โบละ เทนท์ รบได้ชัยชนะขยายเขตแดนจนครอบคลุมพื้นที่เดนมาร์กในปัจจุบัน และพื้นที่ส่วนใหญ่ของประทศในแถบทะเลบอติก ตลอดจนอังกฤษ และในยุคนี้เองที่เดนมาร์กเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริศต์ ฯลฯ
ปัจจุบัน เดนมาร์กอยู่ภายใต้การปกครองแบบสังคมนิยมประชาธิปไตยมีระบอบกษัตริย์เป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นผุ้บริหารประเทศผ่านรัฐสภาที่มาจาการเลื่อกตั้ง เดนมาร์กนับได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีระบบประกันสังคมที่ดีเยี่ยมให้กับประชากร ซึ่งเสียภาในอัตรสูง แต่ได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างเต็มที่ตั้งแค่เกินจนตาย หรือที่เรียกว่า Cradle-to-grave securities

ภูมิศาสตร์
ราชอาณาจักเดนมาร์ก ตั้งอยู่ในเขตยุโรปเหนือระหว่างทะเลเหนือและทะเลบอลติก ทางด้านเหนือเป็นคาบสมุราสแกนดิเนเวีย ทางด้านใต้มีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมันนี พื้นที่ส่วนใหญ่ของเดนมาร์กตั้งอยู่บนคาบสมุทรจัตแลนด์(Jutland)พื้นที่ส่วนใหญ่ของเดนมาร์กเป็นพื้นที่ราบ ส่วนที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเล มีความสูงเพียงราว 170 เมตรเท่านั้น

ภูมิอากาศ
ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูหนาว -5 ถึง 5 องศาเซลเซียล
มีนาคม-มิถุนายน ฤดูใบไม้ผลิ 10 ถึง 15 องศาเซลเซียล
กรกฎาคม-สิงหาคม ฤดูร้อน 20 ถึง 25 องศาเซลเซียล
กันยายน-พฤศจิกายน ฤดูใบไม้ร่วง 10 ถึง 15 องศาเซลเซียล
ฤดูหนาว บางส่วนของประเทศจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้ภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ราบและมีเนินเขาต่ำดูสวยงามยิ่ง และเพราะมีช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน ทำให้เดนมาร์กมีวัฒนธรรมประเพณีมากมานหลายอย่างเกี่ยวกับฤดูหนา และแน่นอนว่าเป็นที่ตื่นตาตื่ใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
ฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่ธรรมชาติของเดนมาร์กงดงามที่สุดอีช่วงหนึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความเขียวชอุ่มและดอกไม้ใบหญ้าที่เพิ่มกลับมาแทนที่ ช่วงเวลานี้ที่อากาศสดชื่นเย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวเดินทางไกล
ฤดูร้อน เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุด พิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าต่างๆ เปิดบริการล่วงเวลา และการแสดงกลางแจ้งจะถูกจัดแสดงในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย ช่วงเวลากลางวันจะยาวมาก พระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ก่อนตีห้าและไม่ตกจนกว่าจะล่วงเลยเวลา 3 ทุ่มไปแล้ว
ฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะค่อยๆ เย็นลง แต่ไม่เย็นมากนัก ใบไม้จะเริ่มผลัดใบและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองก่อนจะร่วงหล่น ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยแปลกตายิ่ง

ศาสนา
ประมาณ 90 เปอร์เซนต์ของประชากรนับถือคริสต์นิกายลูเธอรันองค์กรศาสนาอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล ในรูปของการสนับสนุนทางศาสนาภายใต้นามโบสถ์ของชาติเดนมาร์ก

ภาษา
ภาษาหลักที่ใช้ในประเทศเดนร์ก เราเรียกว่า ภาษาแตนิช แต่คนแดนิชส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี รวมทั้งใช้ภาษาเยอรมันในแถบชายแดนที่ติดกับเยอรมนีด้วย

เงินตราและธนาคาร
เงินแดนิชมีหน่วยเป็นโครน หรือ DKK 1 โครนมี 100 เอือร์ ธนบัตรแดนิชมี 10 โครน สีเขียว,100โครน สีขาวม่วง และ 50 โครนสีน้ำเงิน
เหรียญแดนิน มี 10 โครน สีทอง, 5 โครน เหรียญเงินใหญ่ 2 โครน และ 1 โครน และเหรียญเงิน 50 และ 20 เอือร์
ธนาคารในเดนมาร์กเปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30 - 1600 น. วันพฤหัส 09.30-18.00

เวลา
เวลาเดนมาร์กช้ากว่าประเทศไทย 5 ถึง 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับฤดูกาลก่อนเข้าหน้าร้อน ประมาณอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม จะมีการเปลี่ยน เวลาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วมง ทำให้เวลาเดนมาร์กช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง และหน้าหนาว ประมาณอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม จะมีการเปลี่ยนเวลาให้ช้าลงหนึ่งชั่วโมง ทำให้เวลาเดนมาร์กช้ากว่าเมืองไทย 6 ชั่วโมง

ไฟฟ้า
220 โวลต์ และ 50 เฮิร์ตซ์ และปลั๊กชนิดขากลมเล็ก 2 ขา ซึ่ง เรียกว่า ยูโรปลั๊ก

น้ำประปา
สะอาดได้มาตรฐาน ดื่มได้อย่างปลอดภัย แต่นำที่พบตามแหล่งธรรมชาตินั้นไม่แนะนำให้ดื่อม ควรนำไปต้มเสียก่อนจึงนำมาบริโภค

ควรไม่ควรในเดนมาร์ก
1. คนแดนิชเป็นคนตนงต่อเวลาอย่าไปช้ากว่าเวลานัดหมายเป็นอันขาด
2. คนแดนิชชอบพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม แต่จะไม่วิพากษ์เรื่องที่เป็นส่วนตัวหากไม่สนิทสนมกันมานาน
3. คนแดนิชจะภูมิใจมากหากได้รับคำชื่ชนจากแขกผู้มาเยือน ว่าแต่งบ้านได้สวยงามน่าอยู่มาก
4. หากได้รับเชิญไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านชาวแดนิช หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้วไม่ควรรีบกลับเพราะเป็นการไม่สุภาพยิ่ง
5. หากเดินทางไปด้วยเรื่องธุรกิจ ควรเตรียมสูทดำ หรือชุดค๊อกเทลไปด้วยสำหรับงานเลี้ยงในตอนกลางคืน
6. แขกรับเชิญจะไม่ดื่มจนกว่าเจ้าภาพจะลุกขึ้นพูดและชวนดื่มอวยพรให้กับผู้ร่วมงาน

สถานที่น่าสนใจ
Central Station หรือหัวลำโพง นับเป็นศูนย์กลางของโคเปเฮเกน รถไฟทุกสายที่เดินทางไปทั่วเดนมาร์กและยุโรปขึ้นต้นที่นี่
ด้านตะวันตกของหัวลำโพงจะเป็นย่านโรงแรมมีชื่อ ส่วนด้านตะวันออกจะถูกขนาบด้วย สวนสนุกทิโวลี ซึ่งเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งสร้างมาแต่ต้นศตวรรษที่ 19 มีรูปปั้นของเขาแย่ตรงประตูทางเข้าด้านในสวนสนุกแห่งนี้นับเป็นจุดท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตาที่สุดแห่งหนึ่งของเดนมาร์ก จะเปิดให้ท่องเที่ยวเฉพาะช่วงหน้าร้อนและวันเสาร์เปิดถึงตีสองของวันรุ่งขึ้น การเดินเล่นในส่วนสนุกทิโวลี ในช่วงฤดูร้อนถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณีทีคนเดนมาร์กทุกคนถือเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ทิโวลีจะเปิดอีกครั้งช่วง 1 อาทิตย์ก่อนคริสต์มาส เพื่อเปิดเป็น Christmas Market ให้คนได้มาจับจ่ายซื้อของขวัญ

ที่มุมด้านเหนือของสวนสนุกแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Townhall Sguare จตุรัสกลางเมือง ภาษาเดนมาร์กเรียกว่ารอฮุดซ์แพลดเซ่น
ที่จุดนี้นอกจากเป็นที่ตั้งศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกนแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางเดินรถทั่วโคเปนเฮเกนอีกด้วย และรูปปั้นของฮันส์คริสเตียน แอนเดอร์สัน กวีเอกของเดนมาร์กก็ตั้งอยู่บนจตุรัสแห่งนี้ ทางด้านซ้ายของศาลาว่าการเมือง

จากจตุรัสกลางเมืองนี้เอง เป็นจุดเริ่มต้นของถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของโคเปนเฮเกน และนับเป็นถนนช้อปปิ้งสายที่ยาวที่สุดของโลกอีกด้วย ถนนสายนี้เรียกว่า สตร้อยท์ ตามภาษาแดนิช ซึ่งเชื่อมต่อกับจตุรัสคองนูโทรว์ ซึ่งมีพระรูปทรงม้าของพระเจ้าคริสเตียนที่ 5 อยู่จตรงกลาง และไปจบที่นูฮาวน์ ซึ่งเป็นครองที่เชื่อมต่อกับท่าเรือเก่าแก่อายุ 300 ปีที่สวยงามยิ่งของโคเปนเฮเกน

Nyhavn ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะเป็นแหล่งค้าขายเท่านั้น ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ยังเคยอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 20 67 และ 18 ตามลำดับ แต่ปัจจุบันนูฮาวน์ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพราะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกที่สวยงาม และทันสมัยประกอบกับมีเรือใบ และเรือสินค้าโบราณที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีถูกนำมาจอดทอดสมออยู่ริมสองข้างฝั่งแม่น้ำ ยิ่งทำให้ย่านนูฮาวน์เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องไปเยี่ยมชมกันให้ได้ เลยจากท่าเรือนี้ไปเป็นจุดท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของเดนมาร์กตั้งอยู่ริมฝั่งริมทะเล นั่นคือ เงือกน้อย (The Little Mermaid) เป็นรูปปั้นที่มีชื่อเสียงโด่งดังและถูกถ่ายรูปมากที่สุดของเดนมาร์กก็ว่าได้ เป็นรูปปั้นจำลองเรื่องรีวเทพนิยายของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เรื่องเงือกน้อย

สำหรับปราสาทราชวังที่มีชื่อหลายแห่งของโคเปนเฮเกนที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวมีดังนี้

พระราชวังอะมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace)เป็นที่ประทับของราชวงค์เดนมาร์กนับตั้งแต่ค.ศ. 1794 เป็นตกแบบร็อคโคโค และจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวันตอนเที่ยงเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเสด็จประทับอยู่ที่นี่ ตรงกลางมีพระรูปทรงม้าของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 4 ปีกด้านหนึ่งของพระราชวังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมห้องหับต่าง ๆ ที่เคยเป็นพำนักของราชวงศ์ในช่วงปี ค.ศ. 1863-1947 เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 11.00-16.00 น.

Rosenborg Castle เป็นปราสาทสมัยศตวรรษที่ 17 แบบดัตช์เรอเนสซองส์ สร้างในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 นอกจากความงามของตัวตึกภายนอกและภายในแล้ว ยังเป็นที่เก็บเครื่องเพชร มหามงกุฎ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ของราชวงศ์เดนมาร์กอีกด้วย

Christiansborg Palace คือที่ตั้งของรัฐสภาเดนมาร์ก เปิดให้เข้าชม ห้อง Royal Reception Chambers
ขอปิดท้ายด้วยปราสาทเล็กน่ารักตั้งอยู่บนเนินสูงของสวนสาธารณะในเขตเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน ที่ขณะนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยของเดนมาร์ก นั่นคือ Frederiksberg Castle

Kongens Have ตั้งอยู่ด้านหลังของปราสาทโรเซนบอร์ก เป็นจุดปิกนิกที่เป็นที่นิยม และมีกรละเล่นหุ่นกลางแจ้งให้ชมในหน้าร้อนอีกด้วย

Botanical Gardens ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทโรเซนยอร์กเช่นกันจุดเด่นของสวนนี้คือ กรีนเฮ้าส์กระจกขนาดใหญ่ บรรจุพันธ์ไม้นานาชนิดจากทั่วโลก รวมทั้งไม้เมืองร้อนจากประเทศไทยด้วย

ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจใจโคเปนเฮเกนนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนที่สำคัญๆ เช่น

National Museum (Nationnalmuseet) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้รับยกย่องให้เป็นพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมของยุโรปประจำปี ค.ศ. 1994 มีเรื่องรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเดนมาร์กตั้งแต่ยุคหินจนปัจจุบัน สำหรับผู้หลงใหลในศิลปะ ขอแนะนำให้เยี่ยมชม Statens Museum for Kunst นับได้ว่าเป็นหอศิลปะแห่งชาติของเดนมาร์ก และสำหรับผู้ที่ชอบความแปลกใหม่ ยังคอลเล็กชันแปลก ๆ เช่นพิพิธภัณฑ์เก็บเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า และเสื้อเกราะโบราณที่ Tojhusmuseet หรือเที่ยวชมรถเทียมม้าโบราณได้ที่ Museum of Royal Coaches

Ny Carlsberg Glyptotek เป็นพิพิธภัณฑ์ใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน สมควรจะกล่าวถึงเป็นอย่างยิ่งอีกแห่งหนึ่ง อยู่บนถนนฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สันบูโลวาร์ด เต็มเปี่ยมไปด้วยชิ้นงานศิลปะภาพปั้นของกรีก อียิปต์ โรมัน รวมทั้ง ศิลปะไม่ควรพลาด

Louis Tussaud's Wax Museum หรือพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาตามทุสโซด์ เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุกทิโวลี ที่สนุกสนาน และน่าสนใจไม่แพ้ของจริงที่ลอนดอน ช่วงฤดูร้อน (เมษายน-กันยายน)

หอคอยกลม พระเจ้าคริสเตียนที่ 4 โปรด ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอดูดาวและห้องสมุด ภายในมีทางเดินทาเวียนขึ้นไป ซึ่งพระเจ้าปีเตอร์มหาราชของรัสเซียเคยทรงม้าขึ้นไปยังชั้นบนสูงสุด้วยทางเวียนนี้ด้วย เป็นจุดชมวิวเมืองโคเปนเฮเกนที่น่าสนใจอีกแห่งหนี่ง

สวนสัตว์โคเปนเฮเกน เป็นสวนสัตว์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของยุโรป อยู่ติดกับปราสาทเฟรดเดอร์ริกส์เบิร์ก ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของยุโรป อยู่ติกกับปราสามเฟรดเดอริกส์เบิร์ก ที่น่าสนใจสำหรับคนไทยก็คือ มีช้างไทย 2 เชือกซึ่งเคยเป็นเครื่องราชบรรณาการจากเมืองไทยแด่กษัตริย์เดนมาร์ก

และเนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อว่าเป็นเมืองแห่งหอคอยยอดโดมดังนั้นหากชอบชมวิวจากมุมสูง การขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมเป็นเรื่องที่ไม่น่าพลาด ยอดโดมที่มีชื่อที่สุดคือ ยอดที่มีบันไดเวียน 150 ขั้นพันอยู่ด้านนอกของ Vor Frelsens Kirke (Church of Our Saviour) ที่เคยถูกอ้างถึงในนิยายวิทยาศาสตร์ของจูลส์ เวิร์นส์ ในวันอากาศดี นอกจากจะเห็นวิวได้รอบเมืองโคเปนเฮเกนแล้ว ยังมองไปได้ไกลถึงชายฝั่งสวีเดนทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิงมาจาก : http://www.choktaweetour.com/index_info.php?ID=40